Connect with us

Uncategorized

“วาวเตอร์” สามี สุนารี ราชสีมา

Advertisement

มั่นใจว่าหลายท่านคุ้นหน้าคุ้นตากับหนุ่มชาวต่างชาติคนนี้กันอย่างดีเยี่ยม สำหรับ วาวเตอร์ สามีเด็กของนักร้องลูกทุ่งเสียงดี สุนารี ราชสีมา

ที่แม้ใครได้ติดตามโซเชียลในช่วงก่อนหน้าที่ผ่านมา จะเห็นถึงกระแสเมาท์บนโลกโซเชียล ว่าไม่ทำงานเกาะเมียรับประทาน

แล้วก็ในวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับหนุ่มวาวเตอร์ให้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าโดยความเป็นจริงแล้วเขาทำอาชีพอะไร

Advertisement

นักร้องลูกทุ่งสาวในตำนาน ‘สุนารี ราชสีมา’ เจ้าของเพลงได้รับความนิยมอย่าง ‘กราบเท้าย่าโม’ รวมทั้ง ‘สุดท้ายที่กรุงเทพ’

ซึ่งปัจจุบันนี้ทางด้าน ‘สุนารี’ ได้ผันตนเองมาปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการในรายการเพลง แล้วก็จะต้องบอกเลยว่าถ้า ‘สุนารี’ ไปออกรายการไหน

เรียกเสียงหัวเราะได้อย่างไม่ต้องสงสัย รวมทั้งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ทางด้าน ‘สุนารี’ นั้นกำลังคบดูใจอยู่กับแฟนชายหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวอย่าง ‘วาวเตอร์’

Advertisement

โดยอีกทั้งได้คบหาดูใจกันมายาวนานถึง 8 ปีแล้ว พร้อมด้วยจดทะเบียนกันแล้วเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ว่าก็ไม่วายคนชอบมีคำถามมาให้ทั้งสองได้ตอบอยู่ตลอด


ก่อนหน้าที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่หลายๆคนจับตาดูและนำไปเม้าท์กันแรงสำหรับสามีฝรั่ง ‘วาวเตอร์’ ของนักร้องลูกทุ่ง ‘สุนารี ราชสีมา’


เป็นฝรั่งที่เกาะภรรยา บางบุคคลตั้งคำถามว่า ‘วาวเตอร์’ ทำงานอะไร ช่วยอะไรเมียบ้าง รวมทั้งแม้ว่าจะเคยตอบคำถามเรื่องนี้ไปแล้ว

Advertisement


แต่งานนี้ก็ยังมีคนสงสัยและถามอยู่เป็นประจำ ล่าสุด ‘สุนารี’ ก็ได้ออกมาตอบคำถามนี้อีกครั้ง โดยเธอเคลียร์ชัดเกี่ยวกับปมที่หลายๆคนสงสัยว่า

“หลายคนถามว่าวาวเตอร์ทำงานอะไรมาอยู่กับพี่ เขาก็ไปสมัคร ตอนแรกๆก็รับแล้วด้วย เป็นฝ่ายติดต่อประสานงานต่างประเทศ แต่ว่าพอ ‘วาวเตอร์’ ไม่อยู่

น้องหมา 20 กว่าตัวที่บ้านก็ลำบากเช่นเดียวกันนะ คือ ‘วาวเตอร์’ เขาเป็นหลังบ้านที่ดีของพี่ เขาดูแลเจ้าตูบทั้งหมด เขาทำได้หมดทุกสิ่งทุกอย่าง

Advertisement

สมมุติว่าสุจำเป็นต้องจ่ายค่าคนเลี้ยงสุนัข อย่างที่บ้านโคราช ก็จ่าย 20,000 บาทต่อเดือน ถ้าสุต้องจ่าย
ก็จะต้องจ่ายเขา 20,000 บาทต่อเดือนเหมือนกัน

เขาก็มีรายได้ของเขา แต่ว่าเขาก็ไม่ได้เอาอะไร เพราะว่าพวกเราอยู่ด้วยกัน

ช่วงแรกมีจนพี่คิดมากเหมือนกัน แล้วเขาก็ห่วงใยความรู้สึกเรามาก ราวกับว่าไปที่ไหนคนก็จ้องจับตาพวกเรา

Advertisement

ในตอนนั้นเรารู้สึกไม่ค่อยกล้าเหมือนขาดความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเอง

คือเขาไม่เคยปล่อยมือพี่เลย มันมีความรู้สึกอยากหยุดเหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้บอกเขา แต่เราก็มานั่งคิดว่ามันไม่แฟร์กับเขา เพราะว่าเขาก็ดี


เขาก็รัก เขาก็พยายามทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาเห็นว่าเวลาเดินไปด้วยกันจะไม่เห็นความแตกต่าง หลังจากนั้นมันก็มีความมุ่งมั่นว่าคนข้างกาย


พวกเราก็พร้อมเดินไปด้วยกัน ก็ทำให้มันดีที่สุด เอาใจใส่ในความรู้สึกตัวเองอันดับหนึ่งเลย อ่านความคิดเห็นที่เป็นบวกเยอะๆแล้วชีวิตจะดียิ่งขึ้น”

Advertisement

error: Content is protected !!