Connect with us

Uncategorized

ปัจจุบัน น้องมายด์

จากที่เคยดังเป็นพลุ ด้วยเพลง “เด็กดอยใจดี” จนกระทั่งสื่อมวลชนตั้งฉาย าให้ว่า “เจ้าหนูมหัศจรรย์ล้านตลับ” วันนี้ “น้องมายต์ ป่วนเมือง” เติบโตขึ้นเป็นสาวเต็มตัว พร้อมบทบาทใหม่เป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง ซึ่งไม่เคยยอมแพ้ชีวิต หากแม้ไม่ได้ดังหรืออยู่ในวงการบันเทิงแล้ว


ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน “น้องมายต์ ป่วนเมือง” เคยสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงไทย จากเพลง “เด็กดอยใจดี” ก่อนหน้าที่จะหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง รวมทั้งมาเป็นข่าวใหญ่อีกรอบ เมื่อ “น้องมายต์” หรือ “มายต์-บุณย์พัชรี แสงทองวีรกุล”


ได้เข้าพิธีสมรสกับแฟนหนุ่ม เมื่อปี 2558 ปัจจุบัน “น้องมายต์” ที่ปัจจุบันนี้อายุ 25 ปีแล้ว รวมทั้งกลายเป็นแม่ที่มีลูกสาวสุดน่ารัก 1 คน ก็มาเปิดใจถึงเส้นทางชีวิตก่อนหน้าที่ผ่านมา


มายต์ เริ่มเล่าว่า “หนูเป็นคนจังหวัดนนทบุรี จริงๆบอกเหนือไม่เป็นเลยค่ะ แต่ว่าเพราะว่าคุณครูที่แต่งเพลงต้องการอย่างนี้ เลยให้ร้องอย่างนี้ คุณครูเป็นคนใต้ แต่ว่าแต่งเพลงได้ทุกภาค เพราะว่าในอัลบั้มชุดแรกนี่ครบทุกภาคเลยค่ะ” สมัยก่อนนักร้องเด็กสุดดังเจ้าของเพลง “เด็กดอยใจดี” รำลึกเรื่องในอดีต


“ที่มาที่ทำให้ได้เป็นนักร้องคือ หนูเป็นเด็กที่ทำกิจกรรมมากมาย รำ เต้น เป็นทุกๆอย่างเอาหมด เรากิจกรรมมากมาย รวมทั้งไปเรียนร้องเพลงกับเพื่อนที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ไปเรียนร้องเพลงกับอาจารย์ ธีระพันธุ์ ชูพินิจ ในตอนนี้ท่านเ สี ยไปแล้ว ไปเรียนตรงนั้นแล้ว


คุณครูนิรันดร์ โกไศยกานนท์ ที่เป็นคนแต่งเพลง ก็ไปพบเด็กๆในสถานที่เรียนสอนร้องเพลง คนนั้นไม่ใช่ คนนั้นก็ไม่ใช่ ในที่สุดมาจบที่เรา ในตอนนั้นพวกเราเพิ่งจะประสบอุบัติเหตุรถชน ราวๆ ป.3


ขณะนี้ยังมีแ ผ ลเป็นอยู่เลย วันที่อำเภอนิรันดร์ไปพบหนู เป็นวันเกิดของอำเภอธีระพันธุ์ ซึ่งเขาจัดเวทีใหญ่โต เราก็ขาพันไปทั้งยังแถบ แต่ว่าก็ไปร้องเพลงเขาก็มีความเห็นว่าเราสปีริตดี”


ต่อจากนั้น “คุณครูนิรันดร์” ก็ได้พาน้องมายต์ไปเสนอกับค่ายเพลง แต่ว่าไม่ผ่านการพิจารณาด้วยเหตุผลว่านักร้องตัวน้อยไม่กล้าแสดงออกสักเท่าไหร่


แต่ว่าความผิดหวังตอนนั้นกลับทำให้เป้าหมายสำหรับในการเป็นนักร้องใกล้เข้ามา เมื่อ ”ถลา เสนานิคม” ได้แนะนำให้ “คุณครูนิรันดร์” พานักร้องตัวน้อยไปเสนอกับ บริษัทแมงป่องหรือป่องทรัพย์ ซึ่งการแสดงที่เป็นกึ่งการออดิชั่นของ “น้องมายต์” ในตอนนั้นก็นับว่าเปลี่ยนชีวิตของเธอไปโดยสิ้นเชิง


“หนูเป็นเด็กที่แก่นกะโหลกมาตั้งแต่เด็ก คิดว่าที่ก่อนหน้านั้นเขาไม่เอาเราเพราะเขาว่าฉันไม่กล้าแสดงออก เพียงพอมาถึงตรงนี้จะให้หนูทำอะไรหนูทำจะให้เต้นต่อหน้าต่อตาคนภายในสำนักงานหนูทำหมดเลย ให้ร้องที่ตรงนี้หนูก็ร้องที่ตรงนี้ให้ทำตรงนั้นก็ทำที่ตรงนั้นเป็นแบบใส่เลยพี่ เขาก็เลยรับพอรับเสร็จเขาก็ทำเพลงออกมามันก็เลยบูมไปโดยปริยาย”


หากแม้อัลบั้มแรกจะมีชื่อเสียงเป็นพลุแตก แต่ว่าความรุ่งโรจน์ก็อยู่กับเด็กน้อยไม่นานนัก น้องมายด์เริ่มเล่าต่อ “พอหนูได้ทำอัลบั้มชุดแรกหนูให้คุณพ่อและก็คุณแม่ลาออกจากงานเลยให้มาอยู่กับหนู”


ก่อนที่จะตามด้วยช่วงตอนถัดมาที่เส้นกราฟทางอาชีพที่กำลังพุ่งขึ้นสูงก็มีอันจะต้องตกลงภายในระยะเวลาอันเร็ว “ความที่เราเข้าวงการมาแต่ว่าเด็กแล้วก็เราขายความเป็นเด็ก


ซึ่งจะให้เราไปขายความหวือหวามันไม่ถนัด การขายเพลงขายความเด็กขายความแปลกซึ่งมันไม่เป็นที่นิยมเลยหยุดไปพักหนึ่ง”


แม้ว่าจะจะต้องพบอุปสรรคแบบไม่คาดฝัน แต่ว่าในเมื่อได้เป็นคนพูดขอให้พ่อแม่ออกจากงาน “น้องมายต์” ก็เลยตัดสินใจค้นหาเส้นทางชีวิตเส้นใหม่เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปของครอบครัว “เราไปพบที่ขายของกับเพื่อนแล้วพบคนที่ใจดีต้องการจะให้เรามาขายของมีความเห็นว่าเราเป็นเด็ก ซึ่งเราก็ไป แต่ว่าที่นี้ดีอย่างหนึ่งที่เป็นการจับล็อคแบบขาจร


ซึ่งขาประจำจะต้องจ่ายรายเดือนส่วนเราเป็นขาจรก็จะต้องจ่ายรายวัน ก็คือวันนี้จะได้ที่ขายตรงไหนโชคดีที่ไปพบพี่คนหนึ่งที่เป็นเจ้าของล็อคอยู่แล้ว ซึ่งผู้ใดกันมีห้องที่ไหนจะได้ล็อคข้างนอกแล้วเขาเอาล็อคข้างนอกให้เราให้เราจ่ายค่าที่ตรงนั้นของเราไปเองแล้วก็เขาก็จ่ายค่าห้องของเขา โดยวันแรกที่เข้าไปขายรองเท้าซึ่งลงทุนกับเพื่อน ซึ่งพอเข้าไปทำก็ขายดิบขายดีมากมาย”


ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจะแบกรับภาระครอบครัวเอาไว้บนสองบ่าให้ได้ “น้องมายต์” ก็เลยตัดสินใจเลิกเรียน เพื่อทุ่มเวลาให้กับงานขายสินค้าแทน “พอเริ่มมาขายสินค้าแบบเต็มกำลังเลยก็ไม่รู้จักว่าจะเรียนทำไม เพราะว่าหนูเป็นคนที่ประหลาดอย่างหนึ่งที่ไม่ชอบเป็นลูกจ้างใคร คิดอย่างนี้เป็นไม่ต้องการที่จะไปเป็นลูกจ้างใครต้องการทำอะไรด้วยตัวเองไม่ชอบแบบไปโดนเวลาทำอะไรไม่ถูกใจเขา สู้แบบเรามาขายของเราเป็นนายตัวเองมันดีกว่าก้เลยมาสู้ชีวิต


คุณพ่อและก็คุณแม่แฟนเห็นเราคบกันกับแฟนมานานแล้วไปมาหาสู่เขามาบ้านเราเราไปบ้านเขาเขาก็เลยตกลงให้สมรสกัน รู้จักกันมานี้เข้าปีที่ 13 แล้วจ้ะแล้วมาคบกันเป็นจริงเป็นจัง 4-5 ปีแล้วตกลงมาสมรสปัจจุบันนี้ก็สมรสได้ 4 ปีแล้ว”แล้วก็นั่นเป็นที่มาของ “น้องใยไหม” ลูกสาวที่รักในวันนี้ ที่เป็นกำลังใจสำคัญสำหรับคุณแม่รวมทั้งคุณพ่อ ที่ในเวลานี้ทุ่มเวลาให้กับร้านอาหารเขตถนนข้าวสารแบบเต็มตัว

error: Content is protected !!