Connect with us

Uncategorized

กันต์ เผยจุดเปลี่ยนในชีวิต

Advertisement

เรียกได้ว่าในตอนนั้นบทพระเอกกำลังมาแรง ขึ้นแท่นเป็นดาวรุ่งประกบนักแสดงสาวมีชื่อเสียงหลายๆคนเลยทีเดียว สำหรับ กันต์ กันตถาวร อดีตนักแสดงที่พลิกชีวิตมาเป็นพิธีกรแถวหน้าของวงการ ซึ่งการหายตัวไปจากงานละครของกันต์ทำเอาแฟนคลับใจหายไม่น้อย แต่ว่าปัจจุบันเจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดเผยเหตุผลที่จะต้องทิ้งชื่อเสียงที่กำลังมีชื่อเสียงมาเป็นพิธีกรแล้วอย่างนี้


ขึ้นแท่นเป็นพิธีกรเบอร์ต้นๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ค่ะ สำหรับ กันต์ กันตถาวร ที่ปัจจุบันนี้อายุ 36 ปีแล้ว กันต์ เป็นพิธีกรหลายรายการในสังกัดของเวิร์คพ้อยท์ ขณะนี้มีครบทุกสิ่งทุกอย่างแล้วทั้งยังครอบครัวที่อบอุ่น และก็ชื่อเสียงเงินทอง แต่ว่าถ้าหากใครที่ติดตามจะรู้ว่า กันต์ นั้นเคยเป็นพระเอกดาวรุ่งมาก่อนแต่ว่าจู่ๆเขาก็เลือกที่จะมาทำงานด้านพิธีกร


ซึ่งเรื่องนี้ กันต์ เคยเปิดใจในรายการ “Woody World” เมื่อปี 2019 ของ วู้ดดี้ วุฒิธร ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปย้อนอ่านคำสัมภาษณ์ของ กันต์ กันค่ะว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจเลิกเป็นพระเอก ทั้งที่ในตอนนั้นกำลังรุ่งเลย

Advertisement


“หลายๆคนคงจะรู้จักผมในฐานะนักแสดงหรือพระเอก แน่นอนผมทำงานด้านนี้มาเกือบจะ 10 ปีแล้ว แล้วมันทำเงินให้ผมได้แน่ๆและก็ทำเงินได้เรื่อยๆจนกระทั่งครอบครัวผมเองพูดว่าชีวิตนี้ไม่ต้องทำอะไรแล้วนอกจากการแสดง …….…


แต่ว่าจุดเปลี่ยนมันมีอยู่ว่าวันนั้นแม่ผมถามผมก่อนเข้านอนว่า เวลาเช้าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ ? ผมเลยบอกแม่ว่าผมอยากกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง…พอตอนเช้ารถกองก็จะมารับเราไปกองถ่ายปกติเหมือนที่ดาราคนอื่นๆ แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ผมสะดุดใจซึ่งก็คือ ผมเห็นข้าวเหนียวหมูปิ้งที่มันแขวนอยู่กับรถจักรยานหน้าบ้านแต่เช้าตรู่


ในขณะนั้นมันทำให้ผมรู้อย่างนึงเลยว่า ผมไม่มีเวลาให้กับครอบครัวเลยเพียงแค่ขนาดกินข้าว หรือไม่มีเวลาออกไปเที่ยวร่วมกัน มันเลยเป็นคำถามให้กับผมตลอดว่า แล้วสิ่งที่ผมอยากได้ที่สุดในชีวิตคืออะไร ในตอนนั้นผมตอบแล้วว่าการเป็นนักแสดงมันไม่ใช่แน่นอนนะครับ

Advertisement


เอาจริงๆวันที่ผมหาคำตอบได้ผมทราบดีแล้วว่าชีวิตผมต้องการอะไร ผมเดินเข้าไปบอกแม่เข้าไปบอกแฟน แม่กับแฟนผมห้ามผมเป็นคำเดียวว่า คิดอะไรบ้าๆงานแสดงมันคืองานที่จะทำเงิน ให้เราได้เรื่อยอยู่เป็น 10 ปีก็ยังได้


แต่ว่าสำหรับผมถ้าหากมันไม่มีเวลาแต่ว่ามันมีเงินก็คือเพียงแค่นั้นเลย ต่อจากนั้นผมเลยเริ่มมาเอาดีทางด้านงานพิธีกร อย่างน้อยมันได้ความเป็นตัวเองมันได้ตอบจุดความสำเร็จของผม รวมทั้งสิ่งจำเป็นเลยผมได้มีเวลาให้กับครอบครัว


ผมสามารถตื่นมากินกาแฟได้ มองสุนัขวิ่งได้ ออกไปทำงานได้อย่างมีความสุขมีเสียงหัวเราะกลับไปอยู่บ้านรวมทั้งออกกำลังกายพาคุณพ่อและก็คุณแม่เที่ยว พาป๊าม๊ากินข้าวพาคุณพลอยกินข้าวได้

Advertisement


ผมมีเพียงเท่านี้ชีวิตผมเรียบง่ายมากมาย ผมไม่ได้คิดว่าผมอยากได้อะไรเพราะว่าผมมีความรู้สึกว่าผมได้แล้ว ในสิ่งที่เราจะฝันถึงอาทิเช่นบ้านมันจะมีบ้านที่เราซื้อได้ กับบ้านในฝัน” ซึ่งก็คิดถูกมากมายเลยค่ะที่ทำงานด้านพิธีกร

Advertisement

Advertisement

error: Content is protected !!